← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 146ฟรี

ตอนที่ 146 — เสียงกระซิบจากอักขระที่กำลังเต้นรำ

นครศักดิ์สิทธิ์ที่เคยรุ่งเรืองด้วยอักขระโบราณ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านและซากปรักหักพัง เสียงโหยหวนของลมพัดผ่านซากอาคารที่เคยสง่างาม ก่อเกิดเป็นเสียงคร่ำครวญที่สะท้อนความสูญเสียและความสับสนของผู้คนที่รอดชีวิตจากการปลดปล่อยอักขระครั้งใหญ่ อคิราห์ยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เขาได้ทำลายคัมภีร์หินโบราณอันเป็นศูนย์รวมของระบบอักขระที่เคยควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง บัดนี้ อิสรภาพได้มาถึงแล้ว แต่ก็มาพร้อมกับความไม่แน่นอนอันใหญ่หลวง

“ท่านอคิราห์… นี่คือสิ่งที่เราต้องการหรือ?” เสียงของเซราฟิน่าสั่นเครือ เอ่ยถามขณะมองไปยังกลุ่มผู้คนที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความไม่แน่ใจ พวกเขาไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างไร เมื่อความทรงจำที่เคยถูกจารึกไว้บนผิวหนังและหินได้ถูกปลดปล่อยออกไปอย่างอิสระ

อคิราห์หันไปมองเซราฟิน่า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียวของเขา “มันคือจุดเริ่มต้น เซราฟิน่า… จุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่เราจะต้องเรียนรู้วิธีจดจำและสื่อสารกันด้วยหัวใจของเราเอง ไม่ใช่ด้วยตัวอักษรที่ถูกบังคับให้จำ”

เขาเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนที่กำลังตื่นตระหนก “พวกท่านทั้งหลาย! จงอย่าหวาดกลัว! การสูญเสียอักขระมิได้หมายถึงการสูญเสียความทรงจำ! มันเพียงแค่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการบันทึกเท่านั้น ความทรงจำของพวกท่านยังคงอยู่… เพียงแต่มันกำลังจะไหลเวียนอย่างอิสระมากขึ้น”

คำพูดของเขาดูเหมือนจะสร้างความสับสนมากกว่าความสบายใจให้แก่ผู้คน เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น “อักขระที่ไหลเวียน? มันหมายความว่าอย่างไร?” “เราจะจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างไรหากไม่มีจารึก?”

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง ร่างผอมบางของไมโลก็โผล่พ้นออกมาจากซอกหลืบของซากอาคาร เขาหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าเปื้อนฝุ่นและเหงื่อ “อคิราห์! ทางนี้! พวกนั้นกำลังมา!”

“พวกนั้น?” อคิราห์ถาม คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน “หมายถึงใคร? สภาจารึก?”

“ไม่ใช่… หรืออาจจะใช่… ข้าไม่แน่ใจ” ไมโลพยายามอธิบาย “แต่พวกเขา… พวกเขาดูแตกต่างออกไป… พวกเขาไม่ได้สวมชุดของสภาฯ แต่มีอักขระสีดำสนิทประทับอยู่บนเสื้อผ้า… และพวกเขา… พวกเขากำลังรวบรวมหมึกที่สลายตัวไป… เหมือนกำลังจะใช้มันทำอะไรบางอย่าง!”

อคิราห์หันไปมองทิศทางที่ไมโลชี้ไป ท่ามกลางฝุ่นควันที่ยังคละคลุ้ง เขาเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ใช่ทหารยามทั่วไป แต่เป็นกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะมีเป้าหมายชัดเจน สีดำสนิทของอักขระบนเสื้อผ้าของพวกเขาตัดกับสีเทาของซากปรักหักพัง ราวกับเป็นเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามา.

“อักขระสีดำ… รวบรวมหมึกที่สลายตัว…” อคิราห์พึมพำกับตัวเอง “นั่นไม่ใช่แค่การพยายามรักษาอำนาจเดิม… พวกเขากำลังพยายามควบคุมพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมา… พลังงานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอักขระ!”

เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ “แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ? ถ้าพวกนั้นเอาหมึกที่สลายไปไปใช้ในทางที่ผิด…”

“เราต้องหยุดพวกเขา” อคิราห์ตัดสินใจแน่วแน่ “การทำลายคัมภีร์เป็นเพียงก้าวแรก… เราต้องแน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำพาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า… ไม่ใช่การตกอยู่ภายใต้อำนาจของระเบียบใหม่ที่บิดเบี้ยว”

เขาหันไปมองไมโล “นายพอจะรู้ไหมว่าพวกนั้นกำลังจะไปที่ไหน?”

ไมโลส่ายหน้า “ข้าไม่แน่ใจ… แต่พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมาย… เหมือนรู้ว่าจะต้องไปหาอะไร… หรือใครบางคน”

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นในโสตประสาทของอคิราห์ มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเหมือนการสั่นสะเทือนของอักขระที่กำลังเต้นรำอยู่ภายในตัวเขา “ค้นหา… สมดุล… ระหว่าง… อิสรภาพ… และ… ตัวตน…”

เสียงนั้นมาจากไหน? มันคือเสียงของอักขระที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมาหรือไม่? อคิราห์หลับตาลง สัมผัสถึงกระแสพลังงานที่กำลังไหลเวียนอยู่ทั่วทั้งนครที่กำลังพังทลายนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความหวัง ความกลัว ความสับสน และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะค้นหาความหมายของตัวตนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

“พวกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปยังหอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำ…” อคิราห์พูดขึ้นอย่างฉับพลัน “ที่นั่นคือที่ที่เก็บรวบรวมอักขระที่ถูกสกัดทิ้งไป… และพวกเขากำลังจะใช้มันเพื่อสร้างระเบียบใหม่… ระเบียบที่พวกเขาต้องการควบคุม!”

“หอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำ?” เซราฟิน่าทวนคำ “ที่นั่น… ที่ที่เก็บรวบรวมความทรงจำที่ถูกมองว่าไม่สมบูรณ์… หรือไม่จำเป็น…”

“ใช่” อคิราห์พยักหน้า “และหากพวกนั้นสามารถควบคุมอักขระเหล่านั้นได้… พวกเขาก็จะสามารถสร้างความทรงจำปลอมขึ้นมา… เพื่อควบคุมจิตใจของผู้คน… และทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไร้ความหมาย”

“เราต้องไปที่นั่น!” ไมโลเอ่ยเสริมอย่างกระตือรือร้น “เราต้องหยุดพวกเขาให้ได้! พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คือโอกาส… ไม่ใช่หายนะ!”

อคิราห์มองไปยังทิศทางของหอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองที่กำลังพังทลาย เขาเห็นกลุ่มคนในชุดสีดำกำลังเคลื่อนที่ไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังอักขระสีดำบนเสื้อผ้าของพวกเขา มันดูเหมือนจะเต้นระริกราวกับมีชีวิต.

“พวกเขาเชื่อว่าความทรงจำที่สมบูรณ์คือความทรงจำที่ถูกควบคุม” อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “แต่ความทรงจำที่แท้จริง… คือสิ่งที่ไหลเวียนอย่างอิสระ… คือสิ่งที่เชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน… ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกักขังไว้”

เขาก้าวไปข้างหน้า “เราจะไปที่หอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำ… เราจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่า… พลังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การควบคุม… แต่อยู่ที่การยอมรับ… และการเปลี่ยนแปลง!”

เซราฟิน่ามองอคิราห์ด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะไปกับท่าน!”

ไมโลยิ้มกว้าง “แน่นอน! ข้าก็ด้วย! ข้ามีแผนที่ของหอเก็บสมบัติอยู่… ถึงแม้ว่ามันจะถูกปิดตายมานานแล้วก็ตาม”

ขณะที่ทั้งสามกำลังจะออกเดินทาง เสียงกระซิบอีกครั้งก็ดังขึ้นในหัวของอคิราห์… แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่เสียงที่เขาคุ้นเคย มันมีความเย็นชาและเยือกเย็นกว่าเดิม… “สมดุล… คือ… การยอมรับ… ความว่างเปล่า… และ… การก่อกำเนิด…”

อคิราห์สะดุ้ง เขาไม่แน่ใจว่าเสียงนี้มาจากไหน หรือมีความหมายว่าอะไรกันแน่ แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น… พลังงานที่อาจจะยิ่งใหญ่กว่าการเปลี่ยนแปลงของอักขระ… และอาจจะเป็นอันตรายยิ่งกว่ากลุ่มที่ต้องการควบคุมอำนาจเดิมเสียอีก

“เกิดอะไรขึ้นคะ ท่านอคิราห์?” เซราฟิน่าถาม เมื่อเห็นอาการของเขา

“ไม่เป็นไร” อคิราห์ตอบ พยายามปัดความรู้สึกประหลาดนั้นออกไป “เราต้องรีบไปที่นั่น… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

เขามองไปยังกลุ่มคนในชุดสีดำที่กำลังหายลับไปในซากปรักหักพัง พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า… การต่อสู้ครั้งใหม่… และความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม… กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว.

ในขณะเดียวกัน ณ หอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง อักขระสีดำบนเสื้อผ้าของกลุ่มคนปริศนาเริ่มเปล่งประกายสว่างวาบเมื่อพวกเขาเข้าใกล้ทางเข้า ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวอาคาร ราวกับว่ามันกำลังจะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปในความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด.

--- หลังจากทำลายคัมภีร์หิน อคิราห์ เซราฟิน่า และไมโลเผชิญกับความโกลาหลของนครศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มปริศนาที่สวมอักขระสีดำ ซึ่งกำลังรวบรวมหมึกที่สลายตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอเก็บสมบัติแห่งความทรงจำ อคิราห์ตระหนักว่านี่คือความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างการควบคุมและการไหลเวียนอย่างอิสระของความทรงจำ ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบที่บ่งบอกถึงสมดุลระหว่างอิสรภาพและตัวตน รวมถึงความว่างเปล่าและการก่อกำเนิด