← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 137ฟรี

ตอนที่ 137 — คำสั่งชำระล้างจากหอคอยหิน

เสียงเคาะไม้เท้าลงบนพื้นหินอ่อนดังก้องอยู่ในห้องโถงทรงกลมของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ อาวุโสคัลลันจ้องมองแผนที่แสงที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เส้นสายอักขระสีทองที่ขยับเขยื้อนไปมาบนพื้นผิวโปร่งแสงนั้นคือภาพจำลองของกระแสหมึกเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ทั่วที่ราบสูงคีรีคราม เขายกมือขึ้นลูบสันคางที่เริ่มมีริ้วรอยตามกาลเวลา ดวงตาฝ้าฟางทว่าเฉียบคมจ้องมองจุดสีแดงที่กำลังเคลื่อนที่อย่างผิดปกติในเขตห้องนิรภัยชั้นใน

"มันเริ่มแล้วสินะ" คัลลันพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ผู้ติดตามที่ยืนอยู่รอบห้องต้องก้มหน้าลง

"ท่านอาวุโสครับ มีรายงานว่าอคิราห์กำลังพยายามเจาะผ่านประตูอักขระชั้นที่สาม" ทหารยามในชุดเกราะลงอาคมรายงานพลางปาดเหงื่อที่ไรไหล "เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง มีร่องรอยของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นคนในเขตแรงงาน... ไมโล"

คัลลันไม่ได้แสดงอาการตกใจ เขากลับนิ่งสงบจนน่ากลัว "เด็กนั่นรวบรวมรหัสอักขระมาได้อย่างไร? ระบบการป้องกันของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ถูกเจาะโดยมือสมัครเล่น"

"เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้ครับ แต่ดูเหมือนอคิราห์จะมีความรู้เรื่องการบิดเบือนลายเส้นที่ผิดแผกไปจากตำรา" ทหารยามอธิบายต่อ "เขาไม่ได้พยายามทำลายอักขระเพื่อทำลายทิ้ง แต่เขาพยายาม 'ปรับแต่ง' รูปแบบของมันเพื่อให้เข้ากับกระแสหมึกที่กำลังแปรปรวน"

คัลลันขมวดคิ้วแน่น กลิ่นอายความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่นั่งนิ่ง "การปรับแต่งคือการดูหมิ่น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบอักขระโบราณคือการทำลายรากฐานของโลกนี้ หากลายเส้นเปลี่ยนไป ความหมายจะเพี้ยน และเมื่อความหมายเพี้ยน ทุกอย่างที่เราสร้างมาจะพังทลายลงเหมือนรอยเปื้อนหมึกที่ไร้ค่า"

เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ไม้เท้าในมือส่องแสงสีอำพันจางๆ ตามจังหวะการหายใจ "อคิราห์กำลังเล่นกับไฟ เขาคิดว่าเขาสามารถควบคุมความโกลาหลของโรคหมึกละลายได้ด้วยการดัดแปลงอักขระงั้นหรือ? ช่างเป็นความโอหังที่น่าสมเพช เขาไม่เข้าใจเลยว่าความบริสุทธิ์ของอักขระคือสิ่งเดียวที่รั้งไม่ให้เราทุกคนกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ความจำ"

"ท่านจะให้เราดำเนินการอย่างไรครับ?" หนึ่งในสมาชิกสภาถามขึ้น "จะให้ส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยไปสกัดกั้นที่ทางเข้าห้องนิรภัยเลยหรือไม่?"

"ไม่" คัลลันตอบอย่างเย็นชา "การสกัดกั้นที่ทางเข้าจะทำให้เขาไหวตัวทันและอาจทำลายหลักฐานสำคัญในห้องนิรภัยไปเสียก่อน เราต้องการตัวเขา... เราต้องการตัวเขาในสภาพที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เพื่อที่จะได้ชำระล้างสิ่งที่เขากำลังทำลงไป"

คัลลันก้าวเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นเมฆหมอกหนาทึบปกคลุมที่ราบสูงคีรีคราม ในหัวของเขาไม่ได้มีเพียงความโกรธแค้น แต่มีภาพของคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่วนเวียนอยู่ เขาจำได้ดีถึงข้อความที่ว่า 'ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต' ในตอนนั้นเขามองว่ามันคือสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามขีดจำกัด แต่ในยามนี้ เขามองว่ามันคือคำเตือนถึงหายนะที่จะมาสั่นคลอนระเบียบโลกที่เขารักษามันมาทั้งชีวิต

"เรียกหน่วยล่าสังหาร 'เนตรหมึกดำ' ออกมา" คัลลันสั่งการ เสียงของเขาไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย "บอกพวกเขาว่านี่ไม่ใช่การจับกุมอาชญากรธรรมดา แต่เป็นการกวาดล้างสิ่งแปลกปลอมที่จะทำให้ระบบอักขระแปดเปื้อน"

"แต่ท่านครับ... หากอคิราห์พยายามจะหาต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาลจริงๆ เขาอาจจะไปถึงก่อนเรา"

คัลลันหันกลับมามองทหารผู้นั้นด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องถอยหลัง "นั่นคือเหตุผลที่หน่วยล่าสังหารต้องทำงานให้เร็วที่สุด หากเขาเข้าใกล้ต้นน้ำด้วยความคิดที่บิดเบี้ยว เขาจะเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นรอยเปื้อนที่ไม่มีวันล้างออก จงนำตัวเขามาให้ข้า... ไม่ว่าเขาจะยังมีวิญญาณหลงเหลืออยู่หรือไม่ก็ตาม ข้าจะชำระล้างเขาด้วยมือของข้าเอง"

เขาเดินกลับไปที่โต๊ะแผนที่ นิ้วเรียวยาวลากผ่านลายเส้นอักขระสีทองที่กำลังสั่นไหว "ความทรงจำคือรางวัลของผู้ที่เคารพกฎเกณฑ์ ไม่ใช่สิทธิที่ใครจะมาดัดแปลงตามใจชอบ หากอคิราห์ต้องการจะเปลี่ยนโลกนี้ เขาก็ต้องเรียนรู้ก่อนว่าการถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์นั้นเจ็บปวดเพียงใด"

คัลลันหยิบขวดหมึกสีดำสนิทขึ้นมาเปิดออก กลิ่นฉุนของแร่เวทมนตร์ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เขาหยดหมึกเพียงหยดเดียวลงบนแผ่นหินทดสอบ ทันใดนั้น อักขระที่เคยสว่างไสวบนหินก็ถูกสีดำกลืนกินจนมืดมิดไปสิ้น

"เตรียมการเคลื่อนพล" คัลลันสั่งการครั้งสุดท้าย "เริ่มการชำระล้างเดี๋ยวนี้"

--- อาวุโสคัลลันตัดสินใจส่งหน่วยล่าสังหารออกตามล่าอคิราห์หลังจากรู้ว่าอคิราห์กำลังพยายามดัดแปลงอักขระโบราณเพื่อแก้ปัญหาโรคหมึกละลาย โดยคัลลันมองว่าการกระทำนี้เป็นการทำลายความบริสุทธิ์ของระบบโลก