← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 132ฟรี

ตอนที่ 132 — คำสั่งเผาทำลายรอยเปื้อน

เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นหินอ่อนของวิหารสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ ดังก้องสะท้อนผ่านโถงสูงระฟ้าที่ประดับด้วยอักขระทองคำ อาวุโสคัลลันหยุดยืนอยู่หน้าแท่นพิธีแก้วใส เขามองผ่านผนังกระจกออกไปเบื้องล่าง ที่ราบสูงคีรีครามถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาหม่น และท่ามกลางหมอกนั้น มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากเขตที่อยู่อาศัยชั้นนอก

“พวกเขากำลังกรีดร้อง” เสียงเล็กแหลมของไมโลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง แต่คัลลันไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแค่จัดระเบียบแขนเสื้อที่ปักลายอักขระควบคุมอุณหภูมิให้เข้าที่

“เสียงกรีดร้องคือสัญญาณของการชำระล้าง ไมโล” คัลลันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงพยากรณ์อากาศ “เมื่ออักขระที่ผิดเพี้ยนถูกกำจัด ความสมดุลของระบบจะกลับคืนมา”

“แต่นั่นคือคน! พวกเขาไม่ได้เป็นแค่รอยเปื้อน!” เด็กหนุ่มก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าซีดเซียวด้วยความตื่นตระหนก “ผมเห็นมันในหอจดหมายเหตุ... โรคหมึกละลายไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือ...”

“หุบปาก” คัลลันตวัดสายตาคมกริบไปที่เด็กหนุ่ม เพียงแค่การจ้องมอง อักขระสีครามบนปลายนิ้วของอาวุโสก็สว่างวาบขึ้น บีบอัดอากาศรอบตัวไมโลจนเด็กหนุ่มต้องทรุดเข่าลงกับพื้น “เจ้าไม่มีสิทธิ์วิเคราะห์สิ่งที่อยู่เหนือระดับความเข้าใจของเจ้า ความบริสุทธิ์ของลายเส้นคือรากฐานของโลกนี้ หากเราปล่อยให้หมึกที่ไร้ระเบียบไหลเวียนไปตามผิวหนังของผู้คน คีรีครามจะล่มสลาย และความทรงจำทั้งหมดของเผ่าพันธุ์จะกลายเป็นเพียงรอยน้ำหมึกที่เลอะเทอะบนกระดาษเปียก”

คัลลันเดินตรงไปยังแท่นควบคุมกลาง ห้องโถงนี้คือหัวใจของระบบอักขระจารึก แผ่นหินสลักขนาดมหึมาล้อมรอบแท่นแก้วไว้ ทุกแผ่นหินสั่นสะเทือนด้วยแรงดันเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เขาหยิบขวดหมึกเวทมนตร์บริสุทธิ์ที่สกัดจากแร่ธาตุหายากขึ้นมา มันเป็นสีเงินเข้มข้นที่ส่องประกายราวกับดวงดาว

“รายงานสถานการณ์ล่าสุด” คัลลันสั่งการผ่านอักขระสื่อสารที่ลอยอยู่กลางอากาศ

“การกวาดล้างในเขตที่ 4 เสร็จสิ้นแล้วครับท่านอาวุโส” เสียงของเจ้าหน้าที่สภาตอบกลับมาอย่างเย็นชา “ผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายถูกเผาทำลายพร้อมกับอาวุธและบันทึกอักขระที่ปนเปื้อนทั้งหมด แต่... พบการต่อต้านจากกลุ่มกบฏในเขตที่ 5 พวกเขาพยายามใช้ร่างกายที่ติดเชื้อเป็นโล่กำบัง”

คัลลันขมวดคิ้วเล็กน้อย “ความตายคือการปลดปล่อยที่เมตตาที่สุดสำหรับผู้ที่สูญเสียตัวตนไปแล้ว หากอักขระบนผิวหนังของพวกเขาละลายจนจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร พวกเขาก็ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้”

เขาวางขวดหมึกลงบนร่องอักขระที่สลักไว้บนแท่นแก้ว ทันใดนั้น แสงสีเงินก็พุ่งออกจากขวด วิ่งไปตามร่องหินด้วยความเร็วสูง ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดพลังงาน คัลลันเริ่มร่ายอักขระโบราณที่สืบทอดกันมาในสายเลือดของสภาจารึก ลายเส้นบนฝ่ามือของเขาเริ่มเรืองแสงสีทองเข้ม

“ข้าขอประกาศอำนาจแห่งอักขระดั้งเดิม...” คัลลันเอ่ย เสียงของเขาทรงพลังจนอากาศรอบข้างสั่นไหว “จงสร้างปราการแห่งระเบียบ จงขีดเส้นแบ่งระหว่างความบริสุทธิ์และความโกลาหล!”

เขากดฝ่ามือลงบนพื้นผิวแก้ว พลังงานมหาศาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง อักขระโบราณขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือที่ราบสูงคีรีคราม มันเป็นวงแหวนอักขระที่ซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน แสงสว่างจากมันขับไล่หมอกสีเทาและควันดำจากการเผาทำลายให้ถอยร่นออกไป พลังนี้จะสร้างเกราะป้องกันที่ไม่มีหมึกชนิดใดสามารถซึมผ่านได้ เป็นการปิดกั้นการแพร่ระบาดของโรคหมึกละลายอย่างเบ็ดเสร็จ

“ท่านอาวุโส...” ไมโลพึมพำขณะมองดูความยิ่งใหญ่เหนือศีรษะ “มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน? ถ้าสิ่งที่ท่านเรียกว่าความโกลาหล... มันไม่ใช่ความผิดพลาดล่ะ?”

คัลลันไม่ตอบ เขาจ้องมองผลงานของตนด้วยความภาคภูมิใจ “คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินเคยกล่าวไว้ ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต แต่นั่นคือเรื่องของกาลข้างหน้า ในยุคสมัยของข้า ความถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว คือความแม่นยำของเส้นสายที่สภาเป็นผู้กำหนด”

ขณะที่เขากำลังจะถอนพลังออก คัลลันสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ แสงสีทองของอักขระยักษ์บนท้องฟ้าไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่ควรจะเป็น ตรงรอยต่อระหว่างเส้นโค้งและจุดตัดของอักขระโบราณ เขาสังเกตเห็นแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย

มันไม่ใช่การสั่นเพราะพลังงานไม่เสถียร แต่มันดูเหมือน... การขยับเขยื้อน

เงาของอักขระที่ฉายลงบนพื้นหินเริ่มบิดเบี้ยว ลายเส้นที่เคยตรงดิ่งและคมชัดกลับเริ่มสั่นไหวคล้ายกับมีของเหลวบางอย่างกำลังไหลซึมอยู่ภายในรอยสลัก คัลลันขมวดคิ้ว พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อกดทับความผิดปกตินั้น แต่ยิ่งเขาเพิ่มพลังกดทับ เงาของอักขระเหล่านั้นกลับดูเหมือนกำลังพยายามดิ้นรนเพื่อจะหลุดออกจากรูปแบบเดิม ราวกับว่ามันกำลังต่อต้านคำสั่งของเขา

เขารีบดึงมือกลับ พลางจ้องมองอักขระบนฝ่ามือตนเองที่เริ่มมีรอยแดงจางๆ ลามออกมาเหมือนรอยเปื้อน

“เป็นไปไม่ได้...” เขาพึมพำ เสียงที่เคยนิ่งเฉยเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เพียงชั่วพริบตา เขาก็กลับมาทำสีหน้าเย็นชาดังเดิม “มันก็แค่ความล้าของมานา... ระบบนี้จะไม่มีวันล่มสลาย ตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้”

--- อาวุโสคัลลันสั่งกวาดล้างผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายและใช้พลังอักขระโบราณสร้างเกราะป้องกันเมืองเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของระบบ แต่เขากลับพบว่าอักขระศักดิ์สิทธิ์ที่เขาสร้างขึ้นเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนการต่อต้าน