ตอนที่ 36 — แรงสั่นสะเทือนในสุญญากาศ
ความเงียบในรอยแยกมิตินี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงหวีดหวิวของความว่างเปล่าที่พยายามจะกลืนกินทุกความหมาย ธารารู้สึกเหมือนกำลังลอยเคว้งอยู่ในมหาสมุทรของเศษกระจกที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่เธอขยับกาย ความรู้สึกถึงน้ำหนักของร่างกายจะเลือนรางลง ราวกับว่ากฎเกณฑ์ของมวลและแรงโน้มถ่วงกำลังถูกลบออกไปจากสมการของความจริง รอบกายเธอไม่มีพื้นดิน ไม่มีท้องฟ้า มีเพียงแสงสีม่วงหม่นที่กะพริบถี่ๆ ราวกับชีพจรที่ใกล้จะดับสูบของจักรวาล
“ธารา... อย่าปล่อยมือ...” เสียงของครามดังขึ้น แต่มันฟังดูห่างไกลและบิดเบี้ยว เหมือนเสียงที่ถูกส่งผ่านน้ำลึก เขาไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอในเชิงกายภาพ แต่สัมผัสของมือที่กำข้อมือเธอไว้แน่นนั้นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมีตัวตนอยู่ ครามพยายามดึงรั้งเธอไว้ท่ามกลางกระแสลมที่ไม่มีทิศทาง กระแสพลังงานที่พุ่งพล่านรอบตัวพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่อากาศ แต่มันคือ 'เศษเสี้ยว' ของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น—เสียงหัวเราะของเด็กที่เลือนหายไปนานแล้ว, กลิ่นดินหลังฝนตกในป่าที่ไม่มีอยู่จริง, และความเจ็บปวดจากการแตกสลายของกิ่งไม้
ทันใดนั้น แสงสีขาวนวลที่เย็นเยียบก็กรีดผ่านความมืดมิด มันคือแสงจากเครื่องกำเนิดสนามมิติของหน่วย Inquisitors ที่กำลังพยายาม 'เย็บ' รอยแยกนี้เข้าด้วยกันด้วยเส้นใยแห่งระเบียบที่ตายซาก แสงนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนเข็มเล่มยักษ์ที่กำลังทิ่มแทงลงบนผิวหนังของมิติ ธาราเห็นเงาร่างของเครื่องจักรทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบเกินไปเคลื่อนที่ผ่านม่านหมอกแห่งความทรงจำ พวกมันเคลื่อนที่ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก ไร้ซึ่งความผิดพลาด ไร้ซึ่งชีวิต
“พวกมันมาแล้ว...” ธารากระซิบ ลำคอของเธอแห้งผากจนแทบจะเปล่งเสียงไม่ได้
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว 'The Echoes' ก็ปรากฏกายขึ้นจากเงามืดที่ลึกกว่าเดิม พวกมันไม่ได้มาในรูปแบบของสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างชัดเจน แต่มาในรูปแบบของ 'ช่องว่าง' ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ มันคือความว่างเปล่าที่เคลื่อนที่ได้ เงาร่างเหล่านั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไป ทุกครั้งที่พวกมันเคลื่อนผ่าน ความทรงจำของธาราจะถูกกระชากออกไปทีละนิด เธอเห็นภาพแม่ของเธอที่กำลังยิ้มในป่าที่สงบสุข ภาพนั้นถูกบิดเบี้ยวและซีดจางลงเหมือนหมึกที่ถูกน้ำชะล้าง
“มันกำลังขโมย... ความเป็นเรา...” ครามคำรามด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามใช้ดาบที่ทำจากเศษผลึกยางไม้ฟันฝ่าเข้าไปในความว่างเปล่า แต่ใบดาบกลับทะลุผ่านเงาเหล่านั้นไปราวกับฟันอากาศธาตุ การโจมตีทางกายภาพไร้ผลต่อสิ่งที่ไม่มีตัวตน
ธาราสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความไม่สมบูรณ์ในจิตใจที่เธอเพิ่งค้นพบมา เธอรู้ดีว่าหากเธอพยายามสร้าง 'ระเบียบ' ขึ้นมาสู้กับ Inquisitors เธอจะกลายเป็นเหยื่อของพวกเขา และหากเธอพยายามสร้าง 'ความว่างเปล่า' เพื่อสู้กับ Echoes เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน ทางเลือกเดียวคือการรักษา 'ความบิดเบี้ยว' นี้ไว้
เธอหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อ 'ฟัง' เธอไม่ได้ฟังเสียงลม หรือเสียงเครื่องจักร แต่เธอฟังเสียงการสั่นสะเทือนของความผิดพลาด เสียงของรอยร้าวที่เกิดขึ้นในโครงสร้างของมิติ เสียงของความไม่ลงรอยกันระหว่างความเป็นจริงและสิ่งที่ควรจะเป็น เธอเริ่มขยับมือ ลากผ่านอากาศที่บิดเบี้ยว สร้างคลื่นความถี่ที่ขัดแย้งกันเอง
“คราม! อย่าสู้กับมัน! จงสู้กับความสมบูรณ์แบบ!” เธอตะโกนสั่ง
Inquisitor หน่วยหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกับเครื่องปล่อยคลื่นมิติสถิต แสงสีฟ้าครามจากเครื่องจักรนั้นพยายามจะแช่แข็งมิติรอบตัวพวกเขาให้กลายเป็นโครงสร้างผลึกที่ตายตัว ธาราปล่อยพลังที่เธอรวบรวมมา—พลังที่ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ แต่เป็นการ 'ทำลายความสม่ำเสมอ' เธอส่งแรงสั่นสะเทือนแห่งความไม่สมบูรณ์พุ่งเข้าใส่สนามพลังของ Inquisitor ทันทีที่พลังสองขั้วปะทะกัน เกิดเสียงระเบิดที่ไม่ได้ดังออกมาเป็นเสียง แต่ดังออกมาเป็นความรู้สึกสับสนอลมานในสมอง
สนามพลังของ Inquisitor สั่นคลอน มันเริ่มเกิดรอยร้าวที่ไม่เป็นระเบียบ แทนที่จะเป็นผลึกที่เรียบเนียน มันกลับกลายเป็นเศษแก้วที่แหลมคมและแตกกระจายอย่างไม่คาดคิด ความโกลาหลนี้เองที่ทำให้ The Echoes ชะงัก พวกมันที่หิวกระหาย 'ตัวตน' ที่ชัดเจน กลับสับสนเมื่อเผชิญกับกระแสพลังงานที่ไม่มีรูปแบบแน่นอน
แต่ชัยชนะนั้นชั่วคราว แรงกดดันจากทั้งสองฝ่ายเริ่มบีบอัดพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ให้เล็กลงเรื่อยๆ รอยแยกมิติกำลังจะปิดตัวลงจากการพยายามจัดระเบียบของ Inquisitors และการกัดกินของ Echoes ธาราและครามถูกบีบให้ต้องเคลื่อนที่ลึกเข้าไปในจุดที่ความบิดเบี้ยวเข้มข้นที่สุด—จุดที่ความจริงและเรื่องโกหกหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก
“ทางนั้น!” ครามชี้ไปยังแสงสีทองหม่นที่กะพริบอยู่ไกลออกไปในก้นบึ้ง มันไม่ใช่แสงที่สว่างไสว แต่มันคือแสงที่ดูเหมือนจะกำลัง 'แตกสลาย' อยู่ตลอดเวลา แสงนั้นดูไม่มั่นคง แต่มันคือสิ่งเดียวที่มีจังหวะการเต้นที่คล้ายกับหัวใจของป่า
“แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์...” ธารารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่แรงดึงดูดทางฟิสิกส์ แต่เป็นแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณ
ขณะที่พวกเขากำลังพุ่งตัวไปตามกระแสแห่งความบิดเบี้ยว เสียงคำรามที่ดังก้องมาจากเบื้องล่างก็ทำให้หัวใจของพวกเขาแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย หรือเสียงของเครื่องจักร แต่มันคือเสียงของ 'ความจริง' ที่กำลังกรีดร้องจากการถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง พื้นที่ใต้เท้าของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนสภาพจากความว่างเปล่ากลายเป็นเศษเสี้ยวของป่าดงพญาเย็นที่ถูกย่อส่วนลงมา รากไม้ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยรอยแตกพุ่งทะลุผ่านมิติขึ้นมาขวางกั้นทางเดินของพวกเขา
Inquisitor เริ่มระดมยิงอาวุธควบคุมมิติเข้าใส่รอยร้าวเหล่านั้นเพื่อพยายามทำให้มันกลับมาเป็นระเบียบ ในขณะที่ The Echoes ก็พุ่งเข้าหาแสงสีทองนั้นราวกับฝูงแมลงที่หิวโหย ธาราและครามต้องวิ่งฝ่าพายุแห่งความขัดแย้งนี้ไปให้ถึงจุดหมาย ก่อนที่ความพยายามในการจัดระเบียบจะทำลาย 'แก่นแท้' ที่พวกเขากำลังตามหาไปเสียก่อน
ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะก้าวข้ามผ่านกำแพงรากไม้ที่บิดเบี้ยว ธาราก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว... แสงสีทองหม่นนั้นไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่มันกำลัง 'ขยายตัว' และมันไม่ได้ขยายตัวออกมาเพื่อสร้างโลกใหม่ แต่มันกำลังขยายตัวเพื่อ 'กลืนกิน' ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นระเบียบของ Inquisitors หรือความว่างเปล่าของ Echoes
“มันไม่ใช่ที่พักพิง...” ธารารำพึงด้วยความตระหนก “มันคือหลุมดำแห่งความไม่สมบูรณ์!”
--- ธาราและครามต้องฝ่าฟันการไล่ล่าของ Inquisitors และ The Echoes ในรอยแยกมิติ โดยใช้พลังแห่งความไม่สมบูรณ์เพื่อเปิดทางไปสู่แก่นแท้ แต่พวกเขากลับพบว่าเป้าหมายที่ตามหาอาจเป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม