← สารบัญตอน

เงารัตติกาลแห่งป่าอัสดง

ตอนที่ 32ฟรี

ตอนที่ 32 — รอยแยกแห่งความทรงจำและเงาที่หิวกระหาย

เสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากระยะไกล มันไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ แต่เป็นเสียงของเครื่องจักรที่พยายามจะบดขยี้ความโกลาหลให้กลายเป็นระเบียบอันแข็งทื่อ ธาราพยุงร่างที่สั่นเทาของเธอขึ้นจากพื้นดินที่บิดเบี้ยว รากไม้ขนาดมหึมาใต้เท้าของเธอไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ยึดเหนี่ยวหน้าดิน แต่มันกำลังเต้นตุบๆ ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเป็นไข้หนัก ความรู้สึกหนักอึ้งในอกของเธอยังไม่จางหายไปจากการปะทะกับ Inquisitors ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เธอใช้พลังนิยามความจริง รอยแผลในจิตวิญญาณของเธอก็ดูเหมือนจะขยายกว้างขึ้น ราวกับว่าตัวตนของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อแลกกับการประคองโลกใบนี้ไว้

“ธารา... คุณไหวไหม?” เสียงของครามแหบพร่า เขาพยายามขยับกายเข้ามาใกล้เธอ แสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากเครื่องมือที่เขาพกติดตัวส่องสว่างให้เห็นใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและรอยขีดข่วนบนผิวหนังของเขา ดวงตาของครามเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด เขาไม่ได้มองแค่บาดแผลของเธอ แต่มองลึกลงไปในดวงตาที่ดูเหมือนจะว่างเปล่าและเต็มไปด้วยดวงดาวที่แตกสลายของเธอ

“เราหยุดไม่ได้ คราม” ธาราตอบ เสียงของเธอเบาหวิวแต่หนักแน่นอย่างประหลาด “ยิ่งเราช้า... The Echoes จะยิ่งเข้าใกล้ความจริงของเรามากขึ้น พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าเรา แต่มันต้องการสิ่งที่อยู่ข้างในนี้” เธอชี้ไปที่หน้าอกของตนเอง ความว่างเปล่าที่เธอเคยสัมผัสในมิติอื่นยังคงทิ้งรสชาติขมปร่าไว้ที่ปลายลิ้น

ทันใดนั้น อากาศรอบตัวก็เริ่มสั่นสะเทือน ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมิติกำลังถูกฉีกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็น กลิ่นอายของโอโซนและสนิมเหล็กอบอวลขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงกระซิบที่ไม่ได้ดังมาจากหู แต่ดังมาจากภายในกะโหลกศีรษะ มันเป็นเสียงของคนนับพันที่พยายามจะตะโกนชื่อของตัวเองออกมาพร้อมกัน แต่กลับทำได้เพียงเสียงครางที่ไร้ความหมาย

“พวกมันมาแล้ว!” ครามตะโกนพร้อมกับชักอาวุธออกมา

จากเงามืดของต้นไม้ที่บิดเบี้ยว ร่างกึ่งโปร่งแสงเริ่มก่อตัวขึ้น พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน บางร่างดูเหมือนเงาของนักรบโบราณที่แตกสลาย บางร่างดูเหมือนเด็กที่กำลังร้องไห้ แต่ทุกร่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความหิวโหยที่แผ่ออกมาเป็นคลื่นความเย็นยะเยือก The Echoes ไม่ได้ก้าวเดิน แต่พวกมัน ‘ไหล’ เข้ามาหาพวกเขา ราวกับหมึกที่หยดลงในน้ำที่กำลังเดือดพล่าน

“อย่าปล่อยให้พวกมันแตะต้องตัวคุณ!” ธาราเตือน เธอหลับตาลง พยายามเชื่อมต่อกับระบบรากไม้ที่อยู่ใต้เท้า แม้ป่าจะกำลังบิดเบี้ยว แต่เธอยังสัมผัสได้ถึงเสียงคร่ำครวญของพฤกษาที่ต้องการความช่วยเหลือ “ฟังนะ... ฟังเสียงที่แท้จริงของป่า อย่าไปฟังเสียงที่พวกมันสร้างขึ้น!”

หนึ่งใน The Echoes พุ่งเข้าหาคราม ร่างของมันดูคล้ายกับหญิงสาวในชุดพื้นเมืองที่ขาดวิ่น ใบหน้าของเธอเลือนรางราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำสาดใส่ เมื่อเธอเข้าใกล้ ครามรู้สึกเหมือนความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดของเขาเริ่มเลือนลางไปชั่วขณะ ความอบอุ่นของแสงแดดในยามเช้าที่เขาจำได้เริ่มถูกแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่ว่างเปล่า

“ถอยไป!” ครามตวัดอาวุธสร้างคลื่นพลังงานกระแทกใส่เงาร่างนั้น แต่มันกลับผ่านร่างนั้นไปเหมือนแทงลงในกลุ่มควัน The Echoes ไม่ได้ถูกทำลายด้วยแรงกาย แต่มันถูกขับไล่ด้วยความจริงที่มั่นคง

ธาราพุ่งตัวเข้าไป เธอไม่ได้ใช้ดาบหรืออาวุธ แต่เธอใช้ ‘เจตจำนง’ เธอรวบรวมเศษเสี้ยวของความไม่สมบูรณ์ที่เธอพกติดตัวไว้ในใจ สร้างแรงกดดันจากความจริงที่ว่า ‘ฉันคือธารา ฉันมีตัวตน และฉันมีรอยแผล’ เธอระเบิดพลังงานสีเทาหม่นออกไปรอบตัว พลังนั้นไม่ได้สว่างไสวเหมือนแสงอาทิตย์ แต่มันคือความมืดที่มีน้ำหนัก มันเข้าไปแทรกซึมและรบกวนความว่างเปล่าของพวก Echoes ทำให้พวกมันเสียรูปทรงและถอยร่นไป

“มันไม่ได้แค่ต้องการพลังงาน... มันต้องการ ‘ความหมาย’ ของเรา” ธารากระซิบขณะหอบหายใจ พลังที่เธอใช้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียความสามารถในการจำรสชาติของอาหารหรือความรู้สึกของลมที่กระทบผิว

แต่ความโล่งใจนั้นสั้นนัก เสียงคำรามที่เยือกเย็นและเป็นระบบระเบียบยิ่งกว่าดังมาจากอีกทิศทางหนึ่ง มันคือเสียงของเครื่องจักรที่ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีขาวนวลที่ดูสะอาดตาจนน่ากลัวสาดส่องผ่านม่านหมอกเข้ามา หน่วย Inquisitors กำลังมาถึงแล้ว

ร่างในชุดเกราะสีเงินวาววับก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต พวกเขาไม่ได้เดินอย่างสะเปะสะปะเหมือน The Echoes แต่เดินเป็นจังหวะที่แม่นยำ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดินที่บิดเบี้ยว กลับทำให้พื้นดินนั้นคืนรูปกลับมาเป็นระเบียบที่แข็งกระด้าง ราวกับว่าเทคโนโลยีของพวกเขากำลัง ‘บังคับ’ ให้ความโกลาหลกลับมาเป็นระเบียบที่ไร้ชีวิต

“เป้าหมายตรวจพบ: รอยแยกความไม่เสถียรระดับสูง” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นจากหัวหน้าหน่วย Inquisitor ที่ถืออุปกรณ์ทรงกลมเรืองแสง “ดำเนินการชำระล้างและจัดระเบียบมิติในพื้นที่ทันที”

สถานการณ์บีบคั้นจนถึงขีดสุด ธาราและครามติดอยู่ตรงกลางระหว่างสัตว์ร้ายที่หิวโหยตัวตน กับผู้คุมกฎที่ต้องการลบเลือนความโกลาหลให้กลายเป็นระเบียบที่ตายตัว หาก The Echoes ชนะ พวกเขาจะสูญเสียตัวตน หาก Inquisitors ชนะ ป่าดงพญาเย็นจะกลายเป็นเพียงสวนจักรกลที่ไร้จิตวิญญาณ

“เราต้องไปที่ใจกลาง...” ธาราพูดพลางคว้ามือคราม “ถ้าเราไม่ไปถึงแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ เราจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจำได้”

ทั้งคู่เริ่มออกวิ่งผ่านพื้นที่ที่กฎฟิสิกส์เริ่มพังทลาย บางจังหวะพวกเขาต้องวิ่งบนรากไม้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ บางจังหวะต้องหลบหลีกลำแสงชำระล้างของ Inquisitors ที่เปลี่ยนทุกอย่างที่สัมผัสให้กลายเป็นผลึกแก้วที่เย็นชืด และในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องคอยระวังเงาร่างที่คอยดึงรั้งจิตวิญญาณของพวกเขาจากด้านหลัง

ในระหว่างที่กำลังหลบหนี ธาราเหลือบไปเห็นบางอย่างที่แปลกประหลาดท่ามกลางความบิดเบี้ยวนี้ มันคือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ไม่ได้มาจากป่า หรือมาจากมนุษย์ แต่มันคือภาพของดวงดาวที่กำลังแตกสลายในจักรวาลที่ไกลโพ้น ซึ่งดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับพลังที่เธอมีอยู่ เธอเริ่มตระหนักว่า การเดินทางครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่การรักษาป่า แต่มันคือการรักษาความสมดุลของสรรพสิ่งทั้งหมดที่กำลังสั่นคลอน

เสียงฝีเท้าของหน่วย Inquisitors ใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงกรีดร้องของ The Echoes ที่เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ขึ้น ธาราขบกรามแน่น ความเหนื่อยล้าแทบจะทำให้เธอทรุดลง แต่ภาพของป่าดงพญาเย็นที่เคยเขียวขจีและมีชีวิตชีวายังคงติดตา เธอจะยอมให้ระเบียบที่ว่างเปล่าหรือความว่างเปล่าที่หิวโหยมาทำลายมันไม่ได้

“คราม! ทางซ้าย!” ธาราตะโกนเมื่อเห็นแสงเลเซอร์สีขาวกำลังจะตัดผ่านร่างของเขา

ครามกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงอัดอากาศจากการโจมตีทำให้เขาเสียหลัก ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาที่เคยเป็นรากไม้กลับกลายเป็นหลุมดำขนาดเล็กที่ดูดกลืนทุกอย่างเข้าไป ธาราพยายามจะคว้ามือเขาไว้ แต่แรงดึงดูดมหาศาลนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พลังของเธอจะต้านทานได้

ทั้งคู่ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบของเศษเสี้ยวความจริงที่แตกสลาย ทิ้งเบื้องหลังไว้เพียงสมรภูมิที่กำลังจะเปลี่ยนป่าดงพญาเย็นไปตลอดกาล

--- ธาราและครามต้องติดอยู่ระหว่างการไล่ล่าของ The Echoes ที่ต้องการขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่ต้องการจัดระเบียบป่าด้วยเทคโนโลยีมิติ จนกระทั่งทั้งคู่พลาดพลั้งร่วงหล่นลงสู่รอยแยกมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม