← สารบัญตอน

เงารัตติกาลแห่งป่าอัสดง

ตอนที่ 11ฟรี

ตอนที่ 11 — พิกัดแห่งความว่างเปล่าและเงาร่างที่ไร้รูป

ความรู้สึกแรกที่ธาราสัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความว่างเปล่า—มันคือความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างผ่านช่องว่างที่ไม่มีอยู่จริง แรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากรอยแยกมิติไม่ได้เพียงแค่ดึงดูดร่างกายของเธอ แต่มันกำลังสูบฉีดเอาความทรงจำ ความรู้สึก และตัวตนของเธอให้จางหายไปในกระแสธารที่ไร้สีสัน เสียงกรีดร้องของโลหะจากเครื่องจักรขุดเจาะที่ครามพยายามทำลาย บัดนี้กลายเป็นเสียงแหลมสูงที่บิดเบี้ยวจนฟังไม่ได้ศัพท์ ราวกับเสียงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ

“คราม! ถอยออกมา!” ธาราตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปในพายุแห่งความมืดมิดที่กำลังหมุนวน รอบกายของเธอคือภาพเหตุการณ์ที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ โถงรากไม้ที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้กำลังถูกบีบอัดด้วยแรงมหาศาลจากความว่างเปล่า อสุรกายพฤกษาที่เคยคลุ้มคลั่งกลับหยุดชะงัก พวกมันไม่ได้สู้กับมนุษย์อีกต่อไป แต่มันกำลังถูก ‘ลบ’ ออกไปจากความจริง รากไม้ที่เคยแข็งแกร่งกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำที่สลายตัวไปในอากาศก่อนจะถึงพื้นดิน

ครามที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงแขน กำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายยึดเกาะกับเศษซากของฐานเครื่องจักร ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าดิน มือที่สั่นเทาของเขาพยายามจะคว้าอะไรบางอย่างเพื่อพยุงตัว แต่แรงดึงดูดจากจุดศูนย์กลางของมิติที่เปิดออกนั้นรุนแรงเกินกว่าที่กำลังของมนุษย์จะต้านทานได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง สะท้อนภาพของแสงสีขาวโพลนที่เริ่มแผ่ออกมาจากรอยแยกนั้น แสงที่ไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ

ทันใดนั้น สิ่งที่อยู่ ‘อีกฝั่ง’ ก็ปรากฏตัวขึ้น

มันไม่ได้เดินออกมา แต่มัน ‘ไหล’ ออกมาผ่านรอยแยกที่ฉีกขาดนั้น มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เป็นเงาร่างสีดำสนิทที่เข้มยิ่งกว่าความมืดมิดใดๆ ที่ธาราเคยรู้จัก มันดูเหมือนกลุ่มควันที่มีมวลสาร เป็นเงาที่บิดเบี้ยวและขยับเขยื้อนไปมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทุกครั้งที่เงาร่างนั้นเคลื่อนไหว พื้นที่รอบข้างจะดูเหมือนถูกตัดทอนลงไป ความจริงในบริเวณนั้นถูกลบเลือนทิ้งไปราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำสาดใส่จนเลอะเทอะ

“มัน... ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต...” ธารากระซิบกับตัวเองด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกินไปถึงจิตวิญญาณ เธอสัมผัสได้ผ่าน ‘เสียงใบไม้’ ที่บัดนี้เงียบงันจนน่าขนลุก ป่าดงพญาเย็นกำลังส่งเสียงร้องไห้ แต่มันไม่ใช่เสียงร้องไห้ของความเจ็บปวด มันคือเสียงร้องไห้ของการสูญสิ้นตัวตน

เงาร่างนั้นเริ่มยืดขยายออก กรงเล็บที่ดูเหมือนทำจากความมืดที่แข็งตัวเริ่มแทรกซึมผ่านรอยแยกออกมา สัมผัสแรกที่มันแตะลงบนพื้นโถงรากไม้ ทำให้รากไม้ที่อยู่ใต้กรงเล็บนั้นสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที ไร้ซึ่งเศษซาก ไร้ซึ่งกลิ่น ไร้ซึ่งเสียง สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ

“ธารา! จับมือฉันไว้!” ครามตะโกนเรียก เขาพุ่งตัวข้ามซากปรักหักพังที่กำลังลอยเคว้งคว้างในอากาศเพื่อมาหาเธอ แรงดึงดูดทำให้ทุกอย่างดูเหมือนการว่ายน้ำในของเหลวที่หนักอึ้ง ธาราเอื้อมมือออกไปสุดแขน นิ้วมือของเธอสั่นระริกขณะที่มองเห็นเงาร่างนั้นกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้จุดศูนย์กลางที่เครื่องจักรถูกทำลาย

ในจังหวะที่มือของทั้งคู่สัมผัสกัน ความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตแล่นผ่านร่าง แต่มันไม่ใช่กระแสไฟ มันคือการปะทะกันระหว่างความมีอยู่และความไม่มีอยู่ ธาราเห็นภาพนิมิตที่พร่าเลือน—เธอเห็นป่าดงพญาเย็นในอดีตที่รุ่งเรือง เห็น Warden ในยามที่ยังสง่างาม และเห็นจุดจบที่ทุกอย่างกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าสีขาวโพลน

“เราต้องหยุดมัน... ไม่ใช่ด้วยแรง... แต่ด้วยการเชื่อมต่อ!” ธาราตะโกนผ่านพายุแห่งความมืด เธอรู้ในวินาทีนั้นว่าการทำลายเครื่องจักรของครามเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่มันกลับไปกระตุ้นให้ประตูมิตินี้เปิดกว้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการสูญเสียพลังงานที่สมดุล

เงาร่างจากมิติความว่างเปล่าเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น แต่มันสูงใหญ่และผิดเพี้ยนเกินกว่าจะเรียกว่าสิ่งมีชีวิต ดวงตาของมันไม่มีลูกตา มีเพียงหลุมลึกที่ดูดกลืนแสงสว่างทุกชนิดที่ส่องเข้าไป มันจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสอง ราวกับกำลังพิจารณา ‘ความมีอยู่’ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้องโถงแห่งนี้

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาที่ยังเหลืออยู่ก็ถล่มลงมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะแรงสั่นสะเทือน แต่เพราะพื้นที่ตรงนั้นถูก ‘ลบ’ ทิ้งไปแล้ว ทั้งธาราและครามร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่กำลังฉีกขาดและเงาร่างสีดำที่กำลังรุกคืบเข้ามาปกคลุมทุกสิ่ง

ในความมืดมิดนั้น ธาราไม่ได้ยินเสียงป่าอีกต่อไป แต่เธอกลับได้ยินเสียงกระซิบที่แผ่วเบาและเย็นเยียบดังมาจากส่วนลึกที่สุดของความว่างเปล่า... เสียงที่เรียกชื่อเธอ... เสียงที่ไม่ได้มาจากปากของสิ่งใด แต่มาจากความว่างเปล่าที่กำลังโหยหาการเติมเต็ม

--- ธาราและครามเผชิญหน้ากับเงาร่างปริศนาจากมิติความว่างเปล่าที่เริ่มรุกรานและลบเลือนความจริงในโถงรากไม้ ก่อนที่ทั้งคู่จะตกลงสู่ความมืดมิดจากการพังทลายของพื้นที่ที่ถูกลบเลือน