← สารบัญตอน

ปฐมบทแห่งสายธารอาคม

ตอนที่ 6ฟรี

ตอนที่ 6 — ป่าลึกและศาลาใบไม้

แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบของป่าบันธารา สาดเป็นลำแสงสีทองลงบนพื้นดินชื้นแฉะที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวเข้ม กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ไม่มีชื่อลอยอวลอยู่ในอากาศ พนาเดินนำหน้า ก้าวไปอย่างระมัดระวังบนเส้นทางที่แทบจะมองไม่เห็น ซึ่งทอดลึกลงไปในใจกลางของผืนป่าที่เขาไม่เคยย่างกรายมาก่อน มือหนึ่งกุมถุงผ้าที่บรรจุสมุนไพรโบราณที่ย่าคำนวลมอบให้ อีกมือหนึ่งถือไม้เท้าที่ทำจากกิ่งไม้ที่แข็งแรงไว้เป็นอาวุธและเครื่องนำทาง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว เสียงแมลงหวี่หึ่ง และเสียงใบไม้เสียดสีกันเมื่อลมพัดผ่าน กลายเป็นดนตรีประกอบการเดินทางอันเงียบงันของเขา

"ศาลาร่มเงาพฤกษา..." พนาพึมพำชื่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นในลำคอ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ พยายามจับสัญญาณของเส้นทางที่ถูกต้อง ย่าคำนวลบอกว่ามันอยู่ลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางต้นไม้อายุยืนนับร้อยปี ที่ซึ่งพลังแห่งธรรมชาติยังคงบริสุทธิ์และไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอก การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตามหาสถานที่ แต่เป็นการเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบ การเดินทางเพื่อปลุกพลังที่หลับใหลภายในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง

พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ เบื้องหน้ามีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ลำต้นของมันบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกบีบคั้นจากพลังงานบางอย่าง ใบของมันเหี่ยวเฉาและมีสีคล้ำผิดธรรมชาติ ทั่วบริเวณรอบๆ ต้นไม้ต้นนั้น บรรยากาศดูอึมครึมและเย็นยะเยือกกว่าส่วนอื่นของป่าอย่างเห็นได้ชัด พนาชะงักเท้า ความรู้สึกไม่สบายใจแล่นปราดเข้ามาในอก เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันไม่พึงประสงค์บางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากต้นไม้ต้นนั้น มันไม่ใช่พลังของธรรมชาติที่เขาคุ้นเคย แต่มันเป็นพลังที่มืดมนและบิดเบี้ยว

"นี่มันอะไรกัน?" เขาพึมพำพลางก้าวเข้าไปใกล้ เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับขนนกที่ร่วงหล่น เขาเห็นเงาดำบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ โคนต้นไม้ เงาที่ดูคล้ายกับเงาดำที่เขาเคยเห็นในลำธาร มันคือ 'เงาดำ' ที่ย่าคำนวลเตือนเขาถึงงั้นหรือ? ความทรงจำของการเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตปริศนานั้นยังคงชัดเจนในใจ การปรากฏตัวของมันที่นี่ ยิ่งทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคุกคาม

เขาก้มลงมองพื้นดินใกล้โคนต้นไม้ และสิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ มันคือเด็กหญิงคนเดิม! ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เสื้อผ้าเปียกชุ่มและขาดรุ่งริ่ง เด็กหญิงคนนั้นนอนสลบอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีพลังงานประหลาด พนารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ ความสับสน ความตกใจ และความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา

"เธออีกแล้ว!" เขาอุทานออกมาเบาๆ ทำไมเด็กหญิงคนนี้ถึงมาปรากฏตัวในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้อีกครั้ง? หรือว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ? ความคิดต่างๆ แล่นวนในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว เขาไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปหาเด็กหญิงทันที

ขณะที่เขาโน้มตัวลงไปจะอุ้มเด็กหญิงขึ้นมา ทันใดนั้นเอง เงาดำนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มันหมุนวนไปมารอบๆ ตัวเด็กหญิงราวกับจะปกป้อง หรืออาจจะกำลังจะฉุดกระชากเธอไป? พนาผงะถอยหลังทันที เขาจำได้ถึงความรู้สึกเย็นเยือกและความว่างเปล่าที่สัมผัสได้เมื่อเงาดำนั้นเข้ามาใกล้

"ถอยไป!" เขาตะโกนเสียงดัง มือข้างหนึ่งคว้าเอาไม้เท้าขึ้นมาตั้งรับ อีกข้างหนึ่งกำสมุนไพรโบราณในถุงแน่น พลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในตัวเขา มันไม่ใช่ความโกรธเสียทีเดียว แต่มันคือความรู้สึกอยากปกป้องที่พลุ่งพล่านออกมา

เงาดำนั้นดูเหมือนจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของพนา มันหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ส่วนหนึ่งของเงาจะยืดยาวออกไป ปลายของมันแหลมคมราวกับกรงเล็บ พุ่งตรงเข้าใส่พนาอย่างรวดเร็ว

พนาเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด สัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านใบหน้า เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับพลังที่รวดเร็วและอันตรายเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ครั้งที่ต่อสู้กับอสูรร้ายในหมู่บ้านก็ยังไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่ใกล้ตัวเท่านี้

"พลังแห่งสายธาร..." เขาพยายามรวบรวมสมาธิ นึกถึงคำสอนของย่าคำนวลเกี่ยวกับวิธีควบคุมพลัง นึกถึงน้ำในลำธารที่เคยเรืองรอง นึกถึงความรู้สึกอบอุ่นที่ไหลเวียนในตัวเขา

เขายกมือขึ้น สูดหายใจลึก พลางรวบรวมพลังงานรอบตัว ความรู้สึกอุ่นร้อนค่อยๆ แผ่ซ่านจากฝ่ามือ เขาตั้งใจจะใช้พลังนั้นผลักดันเงาดำออกไป แต่พลังที่ไหลออกมานั้นยังคงอ่อนแอและไม่มั่นคง

เงาดำนั้นหัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่า เย็นเยียบ ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านสุสาน เสียงนั้นทำให้ขนลุกไปทั้งตัว มันคือเสียงของความว่างเปล่า เสียงของความมืดมิด

"แกยังอ่อนแอเกินไป... ผู้เฝ้าสายธารน้อย" เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของพนา โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยออกมา ราวกับมันสามารถอ่านความคิดของเขาได้

พนาสูดหายใจลึกอีกครั้ง เขาไม่สามารถปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำได้อีกต่อไป เด็กหญิงคนนี้อันตรายเกินไปถ้าเขาปล่อยให้เงาดำมันพาตัวไป

"ฉันจะไม่ยอมให้แกทำอะไรเธอ!" เขาตะโกน พลางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี มือทั้งสองข้างของเขาก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา เป็นแสงที่นุ่มนวลแต่ก็แฝงไปด้วยพลังงานที่สัมผัสได้

เขาพุ่งเข้าใส่เงาดำ พลังงานที่รวบรวมไว้ถูกส่งออกไปเป็นลำแสงสีฟ้าอ่อน พุ่งตรงเข้าปะทะกับเงาดำนั้น เกิดเสียงดัง 'ฟู่' ราวกับน้ำที่สาดใส่ไฟ

เงาดำนั้นผงะถอยไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สลายไป มันยังคงหมุนวนอยู่รอบๆ และดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

"ข้าจะพาเธอไป!" พนาตัดสินใจ เขาต้องพาเด็กหญิงคนนี้ออกไปจากที่นี่ให้ได้ เขาพุ่งเข้าไปหาเด็กหญิงอีกครั้ง ใช้กำลังทั้งหมดในการอุ้มเธอขึ้นมา แม้ว่าเด็กหญิงจะหนักกว่าที่เขาคิดก็ตาม

ขณะที่เขากำลังจะถอยหลังกลับ เงาดำก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง มันพยายามจะเข้ามาคว้าตัวเด็กหญิง แต่พนารีบใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ดีดตัวออกไปทางด้านหลัง ทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างแรง

"อึก!" เขาครางด้วยความเจ็บปวด แรงกระแทกทำให้เขาจุกไปทั้งตัว แต่เขาก็ยังคงประคองเด็กหญิงไว้ได้แน่น

เงาดำนั้นดูเหมือนจะลังเล มันไม่ยอมเข้ามาใกล้พนามากเกินไป ราวกับกลัวสมุนไพรโบราณที่เขาถืออยู่ หรืออาจจะกลัวพลังที่เขาเพิ่งแสดงออกมา

พนาไม่รอช้า เขาใช้โอกาสนี้ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แล้วรีบอุ้มเด็กหญิงวิ่งหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเงาดำ เขาไม่กล้ามองย้อนกลับไป แต่เขาสัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นเยียบที่จ้องมองตามหลังเขามา

เขาวิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งป่าเริ่มสว่างขึ้น เสียงนกร้องดังขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศกลับมาอบอุ่นและเป็นธรรมชาติอีกครั้ง เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจลงอย่างโล่งอก แต่หัวใจก็ยังเต้นระรัว

เขาหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง วางเด็กหญิงลงอย่างแผ่วเบา ตรวจสอบดูว่าเธอปลอดภัยดีไหม เด็กหญิงยังคงสลบอยู่ ใบหน้ายังคงซีดเซียว แต่ไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บที่ชัดเจน

"เราต้องไปให้ถึงศาลาร่มเงาพฤกษาให้เร็วที่สุด" พนาพึมพำกับตัวเอง เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่เขาจากมา ความรู้สึกหวาดกลัวยังคงเกาะกินในใจ แต่เขารู้ว่าเขาไม่สามารถยอมแพ้ได้ การเผชิญหน้ากับเงาดำอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกถึงความจำเป็นในการฝึกฝนอย่างเร่งด่วน พลังที่เขามีนั้นยังไม่เพียงพอ

เขาเหลือบมองเด็กหญิงอีกครั้ง ใบหน้าของเธอทำให้เขานึกถึงความรับผิดชอบที่เขาต้องแบกรับ เขาไม่ใช่แค่ผู้เฝ้าสายธารธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เขาคือผู้สืบทอดสายธารอาคม และเขาต้องปกป้องทุกคนให้ได้

ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินทางต่อ ทันใดนั้นเอง เด็กหญิงก็เริ่มกระตุกตัวเบาๆ ดวงตาของเธอค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความสับสน และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

"คุณ..." เสียงของเธอแหบพร่าและแผ่วเบา

พนาโน้มตัวลงไป "ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว" เขาตอบ พยายามส่งเสียงให้ดูมั่นคงที่สุด

เด็กหญิงมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะหันกลับมามองพนา "ที่นั่น... มันน่ากลัวเหลือเกิน" เธอกระซิบ

"ข้ารู้" พนาตอบ "แล้วเธอชื่ออะไร? และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"

เด็กหญิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอดูเหมือนจะเลื่อนลอยไปไกล ราวกับกำลังนึกถึงเหตุการณ์ที่เลวร้าย "ฉัน... ฉันจำไม่ได้" เธอตอบในที่สุด เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

พนาขมวดคิ้ว เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อเธอหรือไม่ แต่เห็นสภาพของเธอแล้ว ก็อดสงสารไม่ได้ "ไม่เป็นไร" เขาปลอบ "ฉันจะพาเธอไปที่ปลอดภัย" เขาตัดสินใจ "เรากำลังจะไปที่ศาลาร่มเงาพฤกษา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น"

เด็กหญิงมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด แต่เธอก็พยักหน้าเบาๆ.

พนาพยุงตัวเด็กหญิงขึ้นอีกครั้ง การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้เขามีภาระเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง เขาต้องดูแลเด็กหญิงปริศนาคนนี้ ในขณะเดียวกันก็ต้องหาทางไปให้ถึงศาลาร่มเงาพฤกษาและฝึกฝนพลังของตนเองให้ได้โดยเร็วที่สุด ภัยคุกคามจากเงามืดนั้นกำลังใกล้เข้ามา และเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้างในป่าลึกแห่งนี้.

--- พนาเผชิญหน้ากับเงาดำอีกครั้งเมื่อพบเด็กหญิงปริศนาในป่าลึก เขาต้องใช้พลังที่ยังไม่สมบูรณ์ต่อสู้เพื่อปกป้องเธอและพาเธอหนีออกมาได้สำเร็จ แต่ก็ตระหนักดีว่าจำเป็นต้องฝึกฝนพลังอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังศาลาร่มเงาพฤกษาพร้อมกับเด็กหญิงที่สูญเสียความทรงจำ.