← สารบัญตอน

ปฐมบทแห่งสายธารอาคม

ตอนที่ 11ฟรี

ตอนที่ 11 — เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดม่านใบไม้หนาทึบ ส่องลงมาเป็นลำแสงสีทองอาบไล้พื้นศาลาร่มเงาพฤกษา อากาศเย็นสบายแต่ชื้น กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ที่กำลังผุพัง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิดลอยปะปนกันอยู่ในสายลม พนาเงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อมศาลาเอาไว้ ดวงตาของเขามีแววครุ่นคิด แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย

“ยังคงรู้สึกถึงมันอยู่ใช่ไหม?” เสียงแหบพร่าของย่าคำนวลดังขึ้นจากมุมหนึ่งของศาลา พลางยกถ้วยสมุนไพรที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาจิบ

พนาพยักหน้าช้าๆ “ทุกครั้งที่ผมตั้งสมาธิฝึกฝน ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่จากชายป่า… บางอย่างที่เย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยความอาฆาต” เขาหันไปมองลดาที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเสาศาลา ดวงตาของเด็กหญิงยังคงเลื่อนลอยไร้เดียงสา ราวกับว่าเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝันร้ายที่จางหายไป

“นั่นคือเงาที่เจ้าเผชิญหน้าด้วย” ย่าคำนวลกล่าว “มันมิได้จากไปไหน มันเพียงแค่ถอยกลับไปเพื่อรอเวลา และยิ่งเจ้าแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งพยายามเข้ามาใกล้ขึ้นเท่านั้น”

“แต่ทำไมมันถึงตามล่าลดา?” พนาถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงกลายเป็นเป้าหมายของมัน”

ย่าคำนวลวางถ้วยลง “บางที… พลังที่ตื่นขึ้นในตัวเจ้า อาจเป็นมากกว่าที่เจ้าคิด พลังนั้นอาจเชื่อมโยงกับบางสิ่งในสายเลือดของลดาเช่นกัน”

พนาขมวดคิ้ว “สายเลือดของลดา?”

“เจ้าเองก็เพิ่งค้นพบพลังของสายธารอาคมในตัวเจ้าใช่หรือไม่?” ย่าคำนวลมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลานชาย “พลังนี้สืบทอดกันมาในตระกูลผู้เฝ้าสายธารมาหลายชั่วอายุคน แต่สำหรับลดา… อาจเป็นสายใยที่แตกต่างออกไป”

เธอหยิบเอาก้อนหินสีเทาเข้มขึ้นมาจากตะกร้าใบเล็ก ซึ่งถูกตกแต่งด้วยลายสลักโบราณที่ดูคุ้นตา “ก้อนหินนี้… ย่าได้มาจากชายป่าหลังจากที่เจ้าพาเธอกลับมาครั้งแรก จำได้หรือไม่ว่ามันดูเหมือนจะสั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้ๆ เจ้า”

พนาพยักหน้า เขาจำได้ดี ก้อนหินก้อนนี้มีความเย็นประหลาด และเมื่อเขาเริ่มฝึกฝนพลังสายธารอาคม มันก็ดูเหมือนจะตอบสนองต่อพลังงานนั้น

“นี่คือ ‘เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ’ หินที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากแก่นแท้ของสายธารโบราณโบราณ” ย่าคำนวลอธิบาย “มันมีความสามารถในการสะท้อนและขยายพลังงานที่อยู่รอบตัว… และในกรณีของลดา มันดูเหมือนจะตอบสนองต่อพลังงานของบางสิ่ง… บางสิ่งที่อาจหลับใหลอยู่ในตัวเธอ”

“หมายความว่า… ลดาอาจมีสายเลือดที่เกี่ยวข้องกับสายธารอาคมเหมือนกัน?” พนาถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“อาจเป็นไปได้” ย่าคำนวลตอบ “หรือบางที… เธออาจเป็นกุญแจที่จะไขปริศนาบางอย่างของพลังนี้ได้”

ขณะที่ย่าคำนวลกำลังอธิบาย พนาพลันรู้สึกถึงกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านผิวหนัง ราวกับมีใครบางคนกำลังจ้องมองเขาจากระยะไกล เขาหันขวับไปมองรอบๆ ทันที สัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนเร้นในตัวเขาตื่นตัวขึ้น “ย่า… มีบางอย่าง… รู้สึกเหมือนมันกำลังเข้ามาใกล้”

ย่าคำนวลหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเช่นกัน “เตรียมตัวให้พร้อม พนา มันมาเร็วกว่าที่คาด”

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากภายในจิตใจของพนา ไม่ใช่เสียงของย่าคำนวล แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของจิตวิญญาณแห่งพฤกษา “จงระวัง… พนา… ‘เงา’ กำลังใช้ ‘เมล็ดพันธุ์’ เป็นสะพาน… นำพามันเข้าสู่… ‘แดนแห่งน้ำ’…”

“เมล็ดพันธุ์?” พนาทวนคำ “หมายถึงก้อนหินนี่หรือ?”

“ใช่… และ ‘แดนแห่งน้ำ’ ก็คือ… ตัวเจ้า… พลังสายธารอาคมที่กำลังตื่นขึ้น” เสียงนั้นเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนาวสั่น

พนาหันไปมองลดาอีกครั้ง เด็กหญิงยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่งในป่า ท่าทางของเธอเปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น

“ลดา… เธอเห็นอะไร?” พนาถามอย่างอ่อนโยน

ลดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่ชี้มือไปยังทิศทางนั้น “มี… มีแสง… สีฟ้า… สวยงาม…”

พนาขมวดคิ้ว เขามองไปในทิศทางที่เธอบอก แต่ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากต้นไม้และเงาที่ทอดทาบ “แสงสีฟ้า?”

“มัน… กำลัง… เรียกหา…” ลดาพึมพำ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“แสงสีฟ้า… นั่นอาจเป็นสัญญาณ…” ย่าคำนวลกล่าว “สัญญาณว่า ‘เงา’ กำลังพยายามครอบงำพลังบางอย่าง… บางทีอาจเป็นพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวลดา… หรือแม้แต่ในตัวเจ้าเอง”

พนาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิ จิตใจของเขาพุ่งตรงไปยัง ‘เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ’ ที่อยู่ในมือของย่าคำนวล เขาพยายามสัมผัสถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้น… และทันใดนั้นเอง… เขาสัมผัสได้ถึงมัน… กระแสพลังงานที่เย็นยะเยือก… กำลังพยายามแทรกซึมเข้ามา… บิดเบือน… และครอบงำ… แต่มันก็มีอีกกระแสหนึ่ง… ที่อบอุ่นและคุ้นเคย… กำลังต่อต้าน…

“ไม่!” พนาตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วศาลา “เจ้าจะทำอะไรกับพลังของข้าไม่ได้!”

เขาแบมือออก ฝ่ามือของเขาเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา แสงนั้นค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมันสว่างที่สุด มันก็แผ่กระจายออกไป ราวกับคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น เข้าไปปะทะกับกระแสพลังงานสีดำที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“อ๊ากกก!” เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากที่ใดที่หนึ่งในป่า พลังงานสีดำค่อยๆ สลายไป ราวกับถูกฉายส่องด้วยแสงสว่าง พนาถอยหลังไปสองสามก้าว รู้สึกเหนื่อยอ่อน แต่ก็เต็มไปด้วยความโล่งใจ

“เจ้าทำได้แล้ว พนา!” ย่าคำนวลกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เจ้าสามารถขับไล่มันออกไปได้… อย่างน้อยก็ในตอนนี้”

พนาหันไปมองลดาอีกครั้ง เด็กหญิงกำลังมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเพิ่งจะตื่นจากภวังค์ “พี่… พนา…”

“ใช่ ลดา พี่อยู่นี่” พนาเดินเข้าไปหาเธอ “เธอรู้สึกดีขึ้นไหม?”

ลดาพยักหน้าเบาๆ “รู้สึก… เหมือน… ความฝันร้าย… จางหายไป…”

“แต่มันยังไม่จบ พนา” ย่าคำนวลกล่าว เสียงของเธอจริงจัง “‘เงา’ มันจะกลับมา และครั้งนี้… มันจะแข็งแกร่งกว่าเดิม การที่เจ้าสามารถใช้พลัง ‘สายธารอาคม’ ในการปกป้อง ‘เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ’ ได้สำเร็จ แสดงว่าพลังของเจ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว… แต่… มันก็ทำให้ ‘เงา’ รู้สึกถึงเจ้าเช่นกัน”

พนายืนนิ่ง จ้องมองไปยังทิศทางที่เสียงกรีดร้องเมื่อครู่ดังออกมาจากที่นั่น เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง “ผมเข้าใจแล้วย่า” เขาตอบ “ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้น… เพื่อปกป้องลดา… และหมู่บ้านของเรา”

เขาก้มลงมองมือของตนเอง แสงสีฟ้าจางๆ ยังคงเรืองรองอยู่จางๆ ราวกับเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังที่ซ่อนเร้น และถึงอันตรายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า เขาต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน… ก่อนที่ ‘เงา’ จะหาทางแทรกซึมเข้ามาได้อีกครั้ง… ผ่าน ‘เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ’… หรือผ่านตัวเขาเอง…

--- พนาใช้พลังสายธารอาคมที่เพิ่งตื่นขึ้นขับไล่ 'เงา' ที่พยายามจะครอบงำ 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' และแทรกซึมเข้าสู่ตัวเขาเอง ทำให้ตระหนักว่าภัยคุกคามยังคงอยู่และจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม